Monthly Archive:: November 2015

7 เคล็ดลับ กระตุ้นให้ลูกรักพูดเร็ว

หากพ่อได้เฝ้าดูพัฒนาการทางภาษาของลูกรัก จะพบว่าช่วงเวลา 0-3 ปี คือ ช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการที่น่ามหัศจรรย์มาก คือ ช่วงของหน้าต่างแห่งโอกาส (Window of Opportunity) ที่จะพัฒนาการทางภาษาของลูกรักได้เลย แต่จะทำอย่างไรดีละ? ไม่ต้องกังวลใจไป เรามีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาให้ลูกรัก แนะนำโดยนักจิตวิทยาบำบัด แดเนียล บรู๊คส์ มาฝากกันครับ 1 ผลัดกันพูด วิธีนี้จะช่วยสอนให้ลูกรู้จักการสนทนา ด้วยการตอบสนองลูก สมองของลูกจะจดจำรูปแบบการพูดก่อนและหลัง และเด็กๆ จะเรียนรู้ว่าเสียงที่พวกเขาเปล่งออกมาจะได้รับความสนใจจากพ่อแม่ ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกส่งเสียงเรียก หรือพูดอะไรบางอย่าง คุณพ่ออาจตอบสนองลูกด้วยประโยค เช่น “อ้อ เป็นอย่างนั้นเอง ลูกเล่าให้พ่อฟังอีกทีสิครับ” อย่าลังเลเมื่อลูกส่งเสียงพูดอะไรบางอย่าง คุณพ่อควรจะสนใจ มีส่วนร่วม และแสดงตอบสนองลูกน้อย อย่าปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป 2 อธิบายทุกอย่างที่คุณพ่อทำ ถึงจะฟังดูตลกที่คุณพ่อต้องมาอธิบายกิจวัตรประจำวันในทุกๆ เรื่อง

ให้เวลาคุณภาพเพื่อลูกรัก

การให้ของขวัญไม่อาจทดแทนค่าของเวลาที่ “พ่อแม่ลูก” ได้อยู่ร่วมกันได้ และไม่ควรซื้อสิ่งของใดๆ มาชดใช้เวลาที่พ่อแม่จะต้องมีให้กับลูก การมีเวลาที่จะ สร้างรอยยิ้มให้แก่ลูก นั้น มันมีค่ามากกว่าสิ่งของที่พ่อแม่คิดว่าทดแทนได้ครับ และนี่คือคำพูดของเด็กต่างประเทศคนหนึ่งจากหนังสือที่ผมได้อ่านครับ… “ผมรู้ว่าพ่อรักผมมาก แต่ผมคงไม่รู้จักพ่อดีเท่าไรนัก ผมเข้าใจว่า พ่อต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูพวกเรา แต่เราแทบจะไม่มีเวลาคุยกันเลย ผมรู้สึกราวกับว่ามีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปในชีวิตผม…” จากข้อมูลของการสำรวจครั้งแล้วครั้งเล่า แสดงให้เห็นว่าเด็กๆ ชอบอยู่ใกล้ชิดทั้งพ่อและแม่ ทั้งๆ ที่อยู่เฉยๆ ก็ตาม ลูกๆ ทุกคนต้องการเวลาจากพ่อแม่จนถึงช่วงก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ด้วยความรักและความใกล้ชิดที่เขาควรจะได้ พ่อแม่ในปัจจุบันอาจใช้เวลาไปกับการทำงานมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นจึงเหลือเวลาให้กับที่บ้านและครอบครัวน้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเด็กทุกคนครับ เด็กๆ อาจจะไม่รู้จักให้ความรักและเป็นฝ่ายให้ความรักกับใครก่อน หรืออาจขาดศรัทธาในตัวเองได้ ทั้งหมดนี้เกิดจากการไม่เอาใจใส่ต่อเด็กของพ่อแม่เท่าที่ควรครับ หากพ่อแม่ไม่ได้อยู่ร่วมกัน ก็ควรพยายามที่จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับลูกนะครับ ว่าจะมาหาเขาเมื่อไหร่ แล้วควรปลีกเวลามาอยู่กับเด็กอย่างสม่ำเสมอนะครับ “คุณพ่อคุณแม่ครับ… ควรสละเวลาสักนิด เพื่อให้ความสนใจในตัวลูก และใช้  ‘เวลาคุณภาพ’ ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  แม้มันจะเป็นเวลาอันน้อยนิด ก็เท่ากับพ่อแม่ได้ช่วยเสริมความมั่นใจและความสำเร็จของชีวิตลูกแล้วหละครับ…” ขอบคุณที่มา : Elizabeth

สอนลูกให้มีจิตสาธารณะทำอย่างไร?

วันนี้ผมมีเรื่องราวมาแบ่งปันครับ การสอนลูกให้มีจิตสาธารณะทำอย่างไร? จากสารความรู้ที่ศูนย์เด็กเล็ก ที่ผมได้ฝากลูกชายไว้ให้เลี้ยงดู ได้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่าน มีข้อความว่า… “การมีจิตสาธารณะ” นั้น ถือเป็นความรู้สึกตระหนักถึงปัญหา การอยากมีส่วนร่วม ที่จะช่วยเหลือ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเต็มใจที่จะช่วยเหลือ แบ่งปัน มีน้ำใจ เกื้อกูลกัน มีการให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งมันจำเป็นที่จะต้องได้รับการปลูกฝัง การอบรมเลี้ยงดูตั้งแต่ลูกยังเล็ก เด็กที่มีจิตสาธารณะ จะเป็นผู้มีวินัย มีความรับผิดชอบ มีคิดในเชิงบวก (Positive thinking) เข้าใจผู้อื่น ใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น “โอ้ว!… ผมว่าเป็นบทความที่ยอดมากครับ เพราะสอนผมด้วยในตัว…555” และมักเป็นผู้แสวงหาความรู้อยู่เสมอ เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความรักความเมตตาต่อผู้อื่นและสัตว์ เอื้อเฟื้อแบ่งปัน รู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีมนุษยสัมพันธ์ และการสื่อสารที่ดีครับ เด็กที่มีลักษณะดังกล่าว จะเป็นที่รักของคนรอบข้าง จะได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงใจ และมีโอกาสประสบความสำเร็จในการทำงาน และการดำเนินชีวิตในอนาคตที่ดีเยี่ยม