Monthly Archive:: November 2015

ลูกเกิดอุบัติเหตุ! คุณจะเอาเรื่องกับใคร?

       หลายวันก่อน.. ภรรยาผมเล่าให้ฟังว่า เธอได้รับโทรศัพท์จากศูนย์เด็กเล็กฯ เขาเเจ้งว่า ลูกได้รับอุบัติเหตุนิดหน่อย จากการเล่นของเล่นกับเพื่อน  ทางศูนย์ฯ เลยต้องการให้คุณแม่รับทราบก่อนนะคะ..       สิ้นเสียงโทรศัพท์.. หัวอกคนเป็นแม่ ฟังแล้วจะเป็นลม.. แต่เธอก็ได้ทำใจไว้แล้วว่า อาจจะต้องมีสักหนหละที่ลูกๆ อาจจะต้องเกิดอุบัติเหตุได้บ้าง สิ่งที่จะทำได้ดีในขณะนั้นระหว่างผู้ปกครองกับผู้ดูแลเด็ก ก็คือ การให้ความเข้าใจซึ่งกันและกันว่า “เรื่องอย่างนี้ สักวันจะต้องเกิดขึ้นกับใครก็ได้นะครับ”       อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เราไม่รู้เลยว่า มันเกิดจากลูกเราเองหรือเกิดจากเพื่อนกระทำ ถ้าเป็นเรื่องระหว่างเด็กกับเด็กจริงๆ เด็กเล็กไร้เดียงสาทุกคน ไม่รู้หรอกครับว่าพวกเขาทำอะไรลงไป พวกเราผู้ใหญ่ควรจะค่อยๆ บอกกับลูกเล็กว่า สิ่งไหนไม่ควรทำอย่างยิ่ง เช่น แกล้งเพื่อน.. เพื่อให้ลูกรู้ว่า ถ้าทำอีกจะถูกดุๆๆๆ ทุกครั้ง ซึ่งลูกจะได้เริ่มรับรู้และน่าจะเข้าใจมากขึ้นเลื่อยๆ ว่าอันนี้ทำไม่ได้นะ

ความสำเร็จที่บ้านนั้นยิ่งใหญ่กว่า

การทำให้ครอบครัวมีความสุข..  ผมเคยได้ยินคำพูดที่ว่า.. “ไม่มีความสำเร็จนอกบ้านที่ไหน จะมาทดแทนความล้มเหลวในบ้านได้..” ตอนนั้นผมคิดว่า ครอบครัวที่เขามีความสุข จะต้องมีเงินเยอะๆ ไปเที่ยวที่หรูหรา.. บลาๆๆๆ .. แต่พอรู้ความจริงจากครอบครัวที่อบอุ่นแล้วพวกเขา จะไม่ค่อยไปเสาะแสวงหาความสุขนอกบ้านนักหรอกครับ เพราะว่ามันเป็นความสุขชั่วคราว มันไม่ได้สุขถาวร มนุษย์ทุกคนย่อมต้องการความสุข ความสบายกันหมดแหละ ก็ไอ้ที่เราดิ้นรนทำเงินอยู่ทุกวันนี้ อยากประสบความสำเร็จอย่างโน้นอย่างนี้ เพื่อให้ได้เงินมามากๆ พอที่จะซื้อความสุขให้คนในบ้านไม่ใช่หรือ? แต่แแล้วยังไม่มีเงินมากพอก็คิดเอาเองว่ายังไม่สำเร็จ เลยต้องทำงานงงๆ ไม่มีเวลาให้ที่บ้าน ต้องรีบสร้างความสำเร็จนอกบ้านให้เร็วที่สุดจึงจะปลอดภัย โอเคครับผมไม่เถียง จนเมื่อวันหนึ่งผมมาถึงบางอ้อ.. ก็ในวันที่ผมต้องการกำลังใจจากที่บ้าน จากการที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว หาเงินตัวเป็นเกลียว ไม่ค่อยได้กลับบ้านเป็นอาทิตย์ๆ ทำงานหนักให้ได้ตามเป้าหมายที่เขากำหนด แต่ลืมนึกถึงเป้าหมายความสุขของคนในบ้านไปเลย ผมมาคิดได้ตอนที่ผมขับรถกลับบ้านว่า.. “เราควรจะบาลานซ์ทุกอย่างให้ไปด้วยกัน ไปพร้อมๆ กัน” จะดีกว่า มันทำยากนะ แต่ถ้าไม่เริ่มทำชีวิตผมคงเละแน่ ผมจึงยอมตัดทิ้งบางสิ่งที่ไปด้วยกันกับครอบครัวเราไม่ได้ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัวไว้ เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน จอดรถหน้าประตู และบอกกับตัวเองว่า “ถ้าผมเข้าไปในบ้านเมื่อไหร่

การพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย

วันนี้.. ผมได้เห็นโปสเตอร์ติดกำแพงห้องของศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อน ตอนที่ผมเอาลูกชายวัย 14 เดือน ไปฝากเลี้ยงระหว่างวัน มีข้อมูลดีมากครับ เลยเอามาฝากเพื่อนๆ ครับ เป็นรูปภาพและเนื้อหาการ พัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย ดูง่ายๆ ในหัวเรื่อง “การประเมินพัฒนาการเด็กแรกเกิด – 5 ปี”               เพื่อนๆ สามารถดาวน์โหลดไฟล์แผ่นภาพนี้ได้ที่ Link ด้านล่างนี้นะครับ http://thaichilddevelopment.com/ ขอขอบคุณข้อมูลดีดีของ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โดย สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวดเชียงใหม่ ครับ..

ลูกได้เรียนรู้อะไรบ้างจากงานวันลอยกระทง

เมื่อวันลอยกระทงที่ผ่านมา แฟนผมไดัโทรมาหาผมว่า “พี่.. เย็นนี้มีกระทง  พาลูกไปลอยกันนะ” ผม”ได้สิ..” ผมนึกขึ้นได้ว่า ไม่ได้ไปงานลอยกระทงมาได้ 2 ปีแล้วมั้งครับ เพราะจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่ลอยกันกับแฟน ก็น่าจะเป็นปีก่อนที่แฟนผมจะท้องลูก และปีต่อมาก็มีลูกอ่อน พวกเราไม่ได้ไปลอยกันเลยครับ ในเดือนนี้.. ผมได้พาครอบครัวของเราไปลอยกระทงกัน ก่อนหัวค่ำผมได้พาลูกขี่คอเดินไปตามไหลถนน  ลูกชอบมากที่ได้เห็นคนมากหน้าหลายตา ตามไหล่ทางมีร้านค้ามากมาย ปนไปด้วยเสียงเพลง  เสียงโฆษกดัง ไปทั่วพื้นที่งาน สนุกสนานกันไปครับ สักพัก.. พวกเราได้มาถึงจุดบริเวณสระน้ำ แฟนได้นำกระทงที่เตรียมมายื่นให้ผม  ผมก็ได้เอากระทงมาถือไว้ แล้วให้ลูกชายที่กำลังมองอยู่ได้มาจับต้องกระทง       ลูกสนใจมาก เขาน่าจะสงสัยว่าคืออะไร? กันแน่..  ผมเลยบอกลูกว่า “น้องพอร์ช.. อันนี้คือกระทงนะครับ พวกเราจะลอยในน้ำเพื่อเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา นะลูก เพราะเราได้ดื่ม ได้กิน และได้ใช้ประโยชน์จากน้ำ น้ำในสระนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของพระแม่คงคานะครับ”