พ่อแม่ควรเป็นทีมเดียวกันในการเลี้ยงลูก

พ่อแม่ทีมเดียวกันในการเลี้ยงลูก

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อคุณพ่อคุณแม่คิดที่จะมีเจ้าตัวน้อย คุณมักจะวาดฝันถึงอนาคตของการมีลูก
แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง เมื่อมีแล้วจะใช้วิธีของใครแบบไหนในการเลี้ยงดี

พ่อแม่บางคู่อาจคิดไม่ถึงว่า การเลี้ยงลูกในวิธีของตนโดยไม่ฟังใคร
อาจนำความร้าวฉานมายังครอบครอบได้ จนกระทั่งมีลูกแล้วหลายคู่
คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะทั้งคู่อาจมาจากการเลี้ยงดูที่ต่างกัน

เมื่อก่อนแต่งงานถึงจะรักกันขนาดไหน แต่เมื่อมีลูกแล้วแนวโน้มการเลี้้ยงลูก
มักจะโอนเอนไปในแบบของใครของมัน ตามที่ตนเองได้รับการเลี้ยงดูมา
เมื่อคิดเห็นไม่ตรงกันจึงเกิดความขัดแย้งอยู่บ่อยครั้ง และแบบนี้เองที่ทำให้
เกิดชนวนปัญหาที่อาจจะนำไปสู่การหย่าร้าง ของคู่แต่งงานหลายคู่ในที่สุด

ก่อนจะมีลูก สามีภรรยาควรคุยกันให้เข้าใจตรงกันว่า ครอบครัวเราจะใช้วิธี
การเลี้ยงลูกแบบใด จึงจะดีต่อลูกมากที่สุด อย่าปลอยให้เป็นความคิดคู่ขนาน
ที่หาจุดบรรจบไม่เจอ หรือทำเป็นมองไม่เห็นเรื่องเล็กๆ แบบนี้

เพราะการไม่เปิดใจไม่ใช่การจบปัญหา แต่เป็นการสะสมปัญหาที่รอคอยให้มัน
ใหญ่ขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นความขัดแย้งในการเลี้ยงลูก จะส่งผลโดยตรงต่อลูกด้วย

ถ้าในเรื่องเดียวกันนั้นพ่อบอกว่าได้ แต่แม่เกิดขัดแย้ง ลูกก็จะสับสนได้
เมื่อเกิดขัดแย้งเด็กอาจเอาตัวรอด ด้วยการใช้เหตุผลของพ่อมาโจมตีแม่ได้
หรือแก้ตัวกับพ่อว่า สิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องที่แม่บอกว่าทำได้

การใช้ชีวิตครอบครัวที่ไม่ได้เป็นทีมเดียวกันนั้น นอกจากเด็กจะได้รับรู้เรื่องความ
ไม่ลงรอยกันของพ่อแม่แล้ว ยังส่งผลให้เขากลายเป็นคนไม่มีหลักเกณฑ์แน่นนอน
ในชีวิตได้ อาจนำมาด้วยการโกหก และเอาตัวรอดแทนการแสดงความรับผิดชอบ
ในเรื่องที่ตนกระทำผิดได้ เมื่อเติบใหญ่

“ฉะนั้น… พ่อแม่ต้องเล่นบทบาทให้เป็นทีมเดียวกัน
พูดเหมือนกัน ในแนวทางเดียวกัน และไม่ขัดแย้งกัน
ในการเลี้ยงดูสั่งสอนลูกนะครับ สู้สู้…”

พ่อแม่ทีมเดียวกันในการเลี้ยงลูก

Leave a Reply