Category: เพื่อนพ่อเล่า

พ่อบอย (วิสูตร) สอนลูกรัก

เกือบทุกคืนผมจะเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกสาว 2 คนฟัง แต่ถ้าวันไหนเจ้าลูกสาวคนเล็ก “ซัมเมอร์” เกิดหลับไปก่อน ผมจะเปลี่ยนมาเล่า “ตำนาน” ชีวิตผมให้ลูกสาวคนโต “น้องรุ้ง” ฟัง อย่างเมื่อวานก็เล่าตำนานวันเด็ก สมัยที่ผมเป็นเด็ก แต่คืนนี้อยู่ ๆ ผมก็อยากเล่าอะไรที่ต่างออกไปให้ลูกสาวฟัง ผมถามเธอว่า “หนูรู้มั้ยว่าใครคือคนที่หนูคุยด้วยมากที่สุดในทุกวัน?” เธอตอบไล่ชื่อคนในครอบครัวมาทั้งหมด ผมบอกว่าผิด เธองง ผมเฉลยว่า “ตัวหนูเองนั่นแหละที่คุยกับตัวเองมากที่สุด” เธอไม่ค่อยเข้าใจ “หนูเนี่ยน่ะที่คุยกับตัวเอง” ผมตอบ “ใช่ หนูคุยกับตัวเองในใจไง หนูคิดทั้งวันไม่มีหยุด” แล้วผมก็ถามต่อ “แล้วหนูรู้มั้ยว่าหนูคุยอะไรกับตัวเอง?” “ไม่รู้อ่ะป๊า” เธอตอบ ผมยิ้มในความมืดของห้องนอน “หนูคุยกับตัวเองเป็นคำบ่นไงลูก” “หนูบ่นอะไรด้วยเหรอป๊า?” เธอนึกไม่ออก “อ้าว! ป๊าเชื่อว่าบางทีหนูก็คงจะนึกบ่นในใจว่า ไม่อยากตื่นเลย กำลังฝันดี ไม่อยากอาบน้ำเลย หนาว ไม่อยากไปโรงเรียนเลย ทำไมเพื่อนต้องเอาดินสอไปแล้วไม่คืน วิชาอะไร ยากจัง ทำไมครูสอนไม่รู้เรื่องเลย อะไรแนว ๆ นี้ไง” “จริงด้วย” เธอยอมรับ “แล้วหนูอยากเป็นคนโชคดี มีแต่เรื่องดี…

เป้าหมายของลูกรักจากคุณพ่อ#โปลิศคิดดี

บางครั้งการเป็นผู้ใหญ่ก็ได้เรียนรู้อะไรจากเด็กเมื่อเย็นนี้ ผมได้คุยกับภรรยาว่าหยุดยาวเราจะไปไหนดีเพราะผมไม่เคยได้หยุดยาวแบบนี้ร่วม10ปีแล้วมันนานจนลืมที่จะคิดวางแผนพักผ่อนเหมือนคนอื่นๆ ไปเลยแต่ทันใดนั้น เรายังไม่ทันจะได้คิดจะได้ตอบก็มีเสียงเล็กๆ ดังแทรกขึ้นมาว่า…“แล้วพ่อจะพาหนูไปดูโดเรม่อนรึเปล่าคะ!”ผมถึงกลับต้องรีบตอบลูกไปในทันที แบบไม่ต้องคิดเลยว่า..“พ่อต้องพาไปสิลูก! พ่อไม่ลืม” (จริงๆผมลืมไปแล้ว)คือการไปดูโดเรม่อนเนี่ย น้องเมเปิ้ลเค้าเอาไปเก็บเป็นเป้าหมายตั้งแต่สองสัปดาห์มาแล้วเราไปนั่งทานข้าวกันที่ร้าน S&P แล้วที่ร้านบังเอิญไอ้กระดาษรองจานดันมีโฆษณาการ์ตูนโดเรม่อนตอนใหม่ด้วยความที่น้องเมเปิ้ลอยากดูมากเธอเลยขอเอากระดาษรองจานกลับมาด้วยที่บ้านแล้วเอามันตั้งวางไว้ข้างๆ ทีวี (ประมาณว่าดูทีวีต้องได้เห็นโดเรม่อน)พร้อมทั้งขอร้องกับผมว่า พ่ออย่าลืมพาหนูไปดูนะเวลาผ่านไปผู้ใหญ่อย่างเราก็มีอะไรต้องทำมากจนเราลืมที่จะโฟกัสเรื่องเล็กๆ แบบนี้ไปแต่เรื่องเล็กๆ แบบนี้แหละครับ คือ เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็กตัวน้อยเป้าหมายที่เค้าโฟกัส จดจ่อ จะต้องดูให้ได้ สุดท้ายเค้าก็ไม่ลืม และเมื่อเค้าไม่ลืม พ่ออย่างเราก็ต้องทำให้เป้าหมายของลูกเป็นจริงสิ!เขียนมาตั้งยืดยาว เพื่อที่อยากจะบอกว่าผมได้เรียนรู้เรื่องการตั้งเป้า และจดจ่อกับเป้า จากลูกสาวตัวเล็กจริงๆ แล้วตั้งแต่เด็กจนโต เราสำเร็จมากกว่าล้มเหลวเราได้เรียนรู้การตั้งเป้าหมาย และการจดจ่อกับมันอย่างเป็นธรรมชาติพวกเราถึงเป้าหมายของเราไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งไม่ว่าเป้าหมายนั้นเล็ก หรือใหญ่ ไม่ว่าจะง่าย หรือ ยากแต่พอเราโตมา เรากลับลืมสิ่งที่เราเคยทำได้ดีในตอนเด็กๆเราลืมในศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ในตัวเองเราลืมการตั้งเป้าหมาย จนกลายเป็นกลัวไปด้วยซ้ำเราลืมการจดจ่อเป้าหมาย และจินตนาการถึงมัน จนบางครั้งคิดว่าถ้ามากไป จะกลายเป็นเรื่องเพ้อเจ้อลองนับเป้าหมายที่เราทำสำเร็จดูสิครับเอาตั้งแต่เช้าถึงเย็น เอาตั้งแต่เด็กจนโต เอาทั้งเล็กๆ จนถึงใหญ่ๆ แล้วเราจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเราเก่งกว่าที่เราคิด เราสำเร็จมากกว่าที่ล้มเหลวเรายอดเยี่ยมมากกว่ายอดแย่หนังสือ How to หลายเล่มบอกว่า เมื่อเรามีเป้าหมายให้เราจดจ่อในเป้าหมายเสมอจะเขียนขึ้นมา หรือเอาภาพมาติด จินตนาการบ่อยๆ จากนั้นลงมือทำตามแผนการที่วางไว้แล้วเป้าหมายจะเป็นความจริง วันนี้เด็ก 7 ขวบ ได้ทำให้ผมเห็นแล้วว่าการทำตามแบบนั้นมันทำให้ถึงเป้าหมายจริงๆ…

กลอนของคุณพ่อผู้ให้หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

“เลี้ยงเจ้ามา ตั้งแต่เท้า เท่าฝาหอย ได้เฝ้าคอย เจ้าเติบใหญ่ ดังใจฝัน เคยคิดว่า ถ้าลูกโต ในเร็ววัน พ่อแม่พลัน จะสบาย หายเหนื่อยดี แต่ครานี้ คิดใหม่ ไม่เหมือนเดิม ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องเติม เอาแบบนี้ ยังคงไว้ ไร้เดียงสา น่ารักดี อยากสต๊าป ไว้แค่นี้ ชีวิตเรา ณ วันนี้ ยังได้หอม ยังกอดได้ ตัวเท่านี้ กอด (รัดฟัดเหวี่ยง) สบาย ไม่อายเขา เดินจูงมือ ขี่คอพ่อ ยังเบาเบา ครอบครัวเรา ฟรุ้งฟริ้ง ดีจริงเลย ณ วันหน้า เจ้าโต เจ้าเติบใหญ่ จะกอดได้ หอมได้ อีกไหมเอ่ย เจ้าคงเปลี่ยน ท่าที มิอย่างเคย โอ้อกเอ๋ย พ่อพร่าม พรรณนา” Cr. Chai Ugsonkid (อ.ชาย)…