Monthly Archive:: November 2015

เด็กทารกแรกเกิดควรนอนท่าไหนดีนะ? พ่อทำได้

การนอนของลูกน้อยทารกแรกเกิด มีท่านอนต่างๆ ของเด็กทารกตามนี้ครับ 1. ท่านอนหงาย คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจจะไม่อยากให้เด็กนอนท่านี้ เพราะกลัวศรีษะเด็กจะไม่สวย แต่ปัจจุบันมักมีการรณรงค์ให้นอนท่านี้ในต่างประเทศ เพราะสถิติในการเป็น โรค SIDS (การเสียชีวิตในระหว่างนอนหลับ ของเด็กทารก) จะเกิดกับเด็กนอนคว่ำมากกว่านอนหงาย ที่สำคัญท่าจัดนอนท่านี้หลังจากเด็กทานนมเสร็จใหม่ๆ เด็กมีแหวะนม อาจจะสำลักลงปอดได้ แต่ถ้าเด็กโตขึ้นประมาณ 7 – 8 เดือน เด็กก็จะนอนของเด็กเองอาจจะไม่จำเป็นต้องจัดท่าให้นอนครับ 2. ท่านอนตะแคง จะเป็นท่าที่ปลอดภัย และทำให้ศรีสระสวยด้วยเหมือนกัน การอุ้มเพื่อตะแคงอาจจะมีการวางหมอน หรือผ้าม้วนดันด้านหลังของลูกเพื่อไม่ให้เด็กพลิก 3. ท่านอนคว่ำ ถ้าเด็กนอนท่านี้ต้องคอยมั่นมาดู เพราะอาจเกิดอันตรายได้ เบาะที่ให้เด็กนอนต้องไม่นิ่มหรือไม่ยวบ ทั้งนี้ในการจัดท่านอนเด็กทุกท่าควรมีการพลิกหน้าเด็กให้หันสลับข้างกันไป เพื่อป้องกันเด็กคอเอียง #DaddyThumb #ท่านอนเด็กทารก #พ่อเลี้ยงลูก

ท่าอุ้มลูกที่ถูกวิธีตามท่าต่างๆ พ่อทำได้

การอุ้มเด็กทารกและเด็กเล็กที่มีอายุ 0-3 เดือนนั้นต้องระวังคอเป็นพิเศษเนื่องจากคอเด็กยังไม่แข็ง ทุกครั้งในการอุ้มจะต้องประคองคอและหลังของเด็กตลอดเวลา การอุ้มเด็กแบ่งเป็นท่าต่างๆ ดังนี้ ท่าอุ้มลูกแบบพื้นฐาน ท่าอุ้มลูกแบบป้อนนม ท่าอุ้มลูกพาดบ่า ท่าอุ้มลูกหันหน้าออก (ควรอุ้มหลัง 3 เดือน) ท่าอุ้มจับลูกเรอแบบนั่ง #DaddyThumb #ท่าอุ้มลูกที่ถูกวิธี #พ่อเลี้ยงลูก

ลูกป่วยบ่อย เมื่อเริ่มไปโรงเรียนหรือป่าว

ปัญหาที่พบบ่อย เมื่อลูกเริ่มไปโรงเรียนคือ ปัญหาการเจ็บป่วย เมื่อเด็กเริ่มไปโรงเรียน นับได้ว่าเริ่มเปิดตัวสู่สังคมใหม่ สู่โลกใหม่ที่ผู้คนมากมาย เด็กทุกคนต่างเป็นพาหะของโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหวัดยอดนิยม ประกอบกับโรงเรียนจะเปิดเทอมใหม่ย่างเข้าสู่ฤดูฝน อีกทั้งธรรมชาติของเด็กชอบเข้าใกล้เพื่อนๆ เวลาจะไอจะจาม ก็มิได้มีการปกป้องที่ดี ฉะนั้นจึงมีการติดหวัด ป่วยและหาย และติดหวัดใหม่อีกอยู่ตลอดเวลา พอคนอื่นหาย อีกคนก็เป็น และมีการแพร่เชื้อโรคให้แก่กันและกัน เป็นกันหมดทุกคน พ่อแม่บางคนตกใจ เพราะก่อนลูกไปโรงเรียนนั้น ลูกไม่ได้เป็นหวัดบ่อยเช่นนี้ ถึงกับร้อนใจพาลูกไปหาหมอ ดูแลอย่างดีจนเกินเหตุ ซึ่งความจริงแล้วการรักษาหวัด ก็รักษากันที่อาการ เช่น น้ำมูกไหล ก็ให้ยาลดน้ำมูก… เป็นไข้ ก็ให้ยาลดไข้ ซึ่งใช้เวลาเพียง 2-3 วันก็หาย… มีคุณหมอบางท่านเคยบอกว่า เป็นหวัดไม่รักษาเลยก็หายนะ ปัญหาสำหรับเด็กอนุบาลก็คือ พอลูกป่วยเป็นหวัด พ่อแม่วิตกกังวลมาก และในบางครั้งก็ยอมให้หยุดโรงเรียนและตัวเองก็ต้องลางานเพื่อมาดูลูก ซึ่งพอลูกเริ่มเรียนใหม่ ลูกก็ต้องเริ่มปรับตัวใหม่ เรียกว่าปรับตัวกันไม่เสร็จสักที อันนี้พ่อแม่ก็ไม่อยากให้เป็นสักเท่าไรหรอกนะครับ ความจริงต้องบอกคุณครู เพื่อจะให้การดูแลเป็นอย่างดี

ลูกเป็นความหวังของพ่อแม่!!!

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสดูซีรี่ย์เรื่อง “มาสค์ไรเดอร์วิซาร์ด” (Mark Rider Wizard) ทางช่อง CartoonClub เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างความหวังกับความสิ้นหวังในจิตใจ โดยคนที่พ่ายแพ้ให้กับความสิ้นหวังจะต้องกลายร่างเป็นปิศาจ ตอนที่ผมดูเป็นตอนที่ตัวละครในซีรี่ย์ที่เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งทะเลาะกับพ่อ เพราะคิดว่าพ่อไม่รักเขา ไม่ตั้งใจฟังคำพูดของเขา จนเป็นเหตุให้ซื้อของขวัญวันเกิดมาผิด ในขณะที่แม่ก็เข้าข้างพ่อ เขาจึงโกรธมาก และไม่ยอมพูดคุยกับพ่อแม่อีกเลย เมื่อพระเอกทราบเรื่องนี้ จึงมาพูดเตือนสติว่า “ในโลกนี้ ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่รักลูกหรอก” และบอกให้เขาไปเปิดใจพูดคุยกับพ่อแม่ แต่ทว่า…พ่อแม่ของเขากลับถูกปิศาจทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสอยู่ในโรงพยาบาล เขาเสียใจมาก และตอนนี้เขาต้องต่อสู้กับความสิ้นหวังในจิตใจอันเกิดจากความกลัวที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไป เขาเดินเข้าจับมือพ่อที่นอนอยู่บนเตียง และพ่อก็หันมาพูดกับเขาว่า “ลูกปลอดภัยใช่ไหม ดีแล้วล่ะ พ่อดีใจจริงๆ เพราะลูกน่ะเป็นความหวังของพ่อกับแม่นะ” เขาร้องไห้ออกมาพร้อมตอบกลับไปว่า “ผมขอโทษที่ผมโกรธพ่อ ผมผิดไปแล้ว พ่อกับแม่อย่าจากผมไปนะ” ทันใดนั้นปิศาจก็มาที่โรงพยาบาล โดยตั้งใจที่จะฆ่าพ่อแม่ของเขา เพื่อทำให้เขาพ่ายแพ้ให้กับความสิ้นหวังจนกลายร่างเป็นปิศาจ แต่ในที่สุด พระเอกของเราก็กำจัดปิศาจตนนั้นได้ ทำให้ช่วยเขาและครอบครัวได้สำเร็จ เวลาผ่านไปพ่อกับแม่ก็รักษาตัวจนอาการดีขึ้นมาก ทั้ง 3