Monthly Archive:: November 2015

ฝึกลูกฉี่อึได้เอง บอกลาผ้าอ้อมสำเร็จรูป

หลังจากที่ผมได้ปรึกษาภรรยากันว่า ถึงเวลาแล้วนะ… ที่ลูกควรจะบอกลาผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพราะตอนนี้เขาอายุ 2 ขวบกว่าแล้ว จริงแล้วเด็กขวบกว่าๆ ก็ควรที่จะได้รับการฝึกฉี่ฝึกอึ หรือเลิกไม่ใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้แล้วครับ ถ้ายิ่งคุณพ่อคุณแม่มีเวลาได้เลี้ยงลูกเองอยู่กับบ้าน ยิ่งต้องควรรีบทำครับ จะดีมากๆ เลย แถมประหยัดเงินไปได้มากครับ เราสองคน ยอมที่จะเหนื่อยนิดหน่อย แต่คุ้มค่ากับการฝึกลูกฉี่และอึ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ รับรู้ความรู้สึกในระบบขับถ่ายของเขาตามธรรมชาติ ในการที่จะได้กลั้นอึ กลั้นฉี่ ได้ด้วยเองในเวลาขับขัน เพื่อมาบอกผู้ปกครองให้พาเขาเข้าห้องน้ำที เป็นการฝึกการขับถ่ายให้เป็นนิสัยที่ดีสำหรับลูกรักของเราครับ ขั้นตอนแรกที่ผมต้องเตรียมตัว ก่อนจะทำการฝึกการขับถ่ายลูก คือ ต้องหาอุปกรณ์มีดังนี้ ที่รองนั่งชักโครกเด็ก ซึ่งจะใช้วางบนที่รองนั่งชักโครกของผู้ใหญ่อีกทีครับ และบันไดเด็กเป็นแท่นยืนสำหรับเด็ก เพื่อให้ลูกน้อยได้ล้างมือเอง จากอ่างล้างมืออย่างปลอดภัย และมีความสุขที่ได้ทำด้วยตัวเขาเองครับ ในช่วงวันแรกของการฝึก ผมจำได้ว่าเป็นวันหยุดของครอบครัว เราได้เตรียมซื้ออุปกรณ์ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพื่อนำมาให้ลูกหยิบจับ เล่น เพื่อคุ้นเคยกับอุปกรณ์ดังกล่าว และก็เป็นไปตามแผน ผมไม่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเหมือนที่เคยใส่ ตั้งแต่เช้าถึงเย็นวันแรก ซึ่งผมกับภรรยาได้พาลูกมานั่งคุยกันแบชิวๆ ในการทำข้อตกลงกันว่า…

ลูกเข้าเรียนอนุบาลวันแรก พ่อแม่รับมือได้

วันที่แรกที่ลูกผมเข้าโรงเรียนอนุบาลผมจำได้ดี (2 ขวบ 8 เดือน) เราสองคนกังวลมากในวันแรกที่ลูกต้องเข้าโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกในชีวิตของเขา เพราะเราคิดว่าลูกน่าจะต้องร้องไห้จนไม่ยอมไปโรงเรียนเป็นแน่ๆ ต้องชักดิ้น ชักงอ จากที่ผมเคยเห็นเด็กอื่นๆ เป็น ดังนั้นผมกับภรรยา จึงคิดว่าเราควรจะให้ลูกได้ชินกับสถานที่ใหม่ก่อนน่าจะเป็นการดี และเราก็ได้ตกลงกันที่จะใช้วิธีเดียวกับที่ทางโรงเรียน คือ ให้ไปเข้าเรียนแบบเตรียมอนุบาลก่อน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การเข้าค่ายอนุบาล 2 อาทิตย์แรก ซึ่งจะไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนให้ดูแตกต่างกับที่เคยเป็น  ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ดี ที่ลูกจะได้ค่อยๆ ปรับตัวไปพร้อมๆ กับเรา ที่จะต้องตื่นแต่เช้าและปรับพฤติกรรมการเป็นอยู่เสียใหม่ เพราะต้องบริหารเวลา อาบน้ำ กินข้าว ขับรถไปส่งที่โรงเรียน และอยู่กับลูกสักพักที่โรงเรียน จนกระทั่งไปส่งลูกที่ห้องเรียน และลุ้นว่า… ลูกจะร้อง ไม่ร้อง  ผมโชคดีที่น้องพอร์ชไม่ร้องไห้ตามพ่อตามแม่ แถมยังชอบเล่นสนุก ทำความคุ้นเคยกับเพื่อนๆ และคุณครูเป็นอย่างดี แต่… คุณครูได้บอกกับพวกเราว่า… ต้องคอยดูๆ ไป เพราะเด็กอาจจะมาร้องไห้่หนักมาก

DaddyThumb โรงเรียนเตรียมพ่อแห่งแรก ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่

สถาบันครอบครัวเป็นหัวใจสำคัญอันดับแรกในการช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้า เพราะถ้าเมืองไทยมีคนที่มีคุณภาพ ปัญหาต่างๆ ในสังคมก็จะหมดไป ทุกคนในประเทศก็จะมีแต่ความสุข ดังนั้น การฟูมฟักเลี้ยงดูบ่มเพาะลูกตั้งแต่ยังเล็กช่วยสังคมได้อีกทางหนึ่ง บทบาทความเป็นคุณพ่อจึงมีความสำคัญไม่แพ้คุณแม่ เพราะสังคมปัจจุบันที่ผู้เป็นแม่จะต้องเดินทางออกไปทำงานนอกบ้านเช่นกัน ทำให้หลายครอบครัวต้องอาศัยทั้งพ่อและแม่ช่วยกันดูแลลูกน้อย ดังนั้นจึงได้เป็นที่มาของ DaddyThumb ศูนย์อบรมการเป็นคุณพ่อคุณภาพ ของ “นายอัครนันท์ ขันตรีจิตรานนท์” ผู้ซึ่งผันตัวเองจากคนทำงานประจำนอกบ้านมาเป็นคุณพ่อเต็มตัวเพื่อดูแลลูกในวัย 3 ขวบ แทนคุณแม่ ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ต้องทุ่มเทกับการทำงานและสอนหนังสือจนไม่มีเวลาดูแลลูก ซึ่งก่อนหน้านี้ “คุณอัครนันท์” ได้มีส่วนช่วยในการดูแลลูก ทำให้ต้องหาแหล่งข้อมูลเพื่อดูแลลูกเช่นเดียวกับคุณแม่ และได้มีโอกาสไปอบรมกับสถาบันที่เปิดสอนการเป็นคุณพ่อคุณภาพแห่งหนึ่ง และได้นำความรู้ตรงนั้นมาใช้กับลูก พร้อมกับเปิดหน้าเพจเฟซบุ๊กเพื่อแชร์ประสบการณ์ของคุณพ่อที่ทำหน้าที่ดูแลลูก ทำให้รู้ว่ามีครอบครัวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคุณพ่อก็ต้องการข้อมูลการดูแลลูกเช่นเดียวกับคุณแม่ เมื่อตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเลี้ยงลูกอย่างเต็มตัว ก็เลยเกิดความคิดว่าน่าจะได้ทำธุรกิจอะไรควบคู่ไปด้วย จึงได้เป็นที่มาของ “DaddyThumb โรงเรียนเตรียมพ่อ” เพราะยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนในเมืองไทย และได้ทำงานพร้อมกับการดูแลลูก ที่สำคัญ คุณอัครนันท์มองเห็นถึงประโยชน์ของ DaddyThumb ว่าจะมีส่วนช่วยพัฒนาสังคมที่ดีให้กับเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ คุณอัครนันท์เล่าว่า

นิยามของคำว่า ‘คุณพ่อแห่งศตวรรษที่ 21’

การเลี้ยงลูกและดูแลครอบครัวของคุณพ่อในศตวรรษที่ 21 นั้นควรยึดหลักการเข้าใจธรรมชาติและอิสระภาพของลูกและคุณแม่ เพื่อทำให้ครอบครัวอบอุ่น มีเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มกันทั้งบ้าน นั้นคือความสำเร็จของครอบครัวแล้วครับ การดูและลูกและภรรยา… ก็คือการดูและตัวเราเองนั่นแหละครับ คุณพ่อ…