Monthly Archive:: November 2015

9 How to เลี้ยงลูกยุคดิจิตอล

ในประวัติศาสตร์การเลี้ยงลูก พ่อแม่ทุกยุคทุกสมัยล้วนไม่เข้าใจในสิ่งที่ลูกเป็น พ่อแม่รุ่นขี่ม้าส่งเมืองก็ไม่ค่อยเข้าใจลูกที่อยากจะนั่งรถยนต์ พ่อแม่ยุคนุ่งโจงกระเบนก็ไม่เข้าใจลูกที่อยากจะแต่งตัวสมัยใหม่ พ่อแม่ในยุครำวงมาตราฐานก็ไม่ค่อยเข้าใจที่ลูกอยากจะแดนซ์ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยคำบ่นเหล่านี้ก็ยังเหมือนเดิมครับ ” ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงเป็นอย่างนี้นะ…”   “ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงไม่ทำอย่างนั้นนะ…” คำบนทำนองนี้ พ่อแม่อย่างเราก็ล้วนเคยเจอมาแล้วเมื่อสมัยที่เราเป็นยังเป็นเด็กจริงปะ และสุดท้ายไม่ว่าคนที่เป็นพ่อแม่จะบ่นอย่างไร โลกก็ยังเปลี่ยนไป สิ่งใหม่เข้ามาแทนที่สิ่งเก่าเสมออ่ะ ครับ… วันนี้ผมมีเรื่องเล่าจากแผ่นพับที่เก็บตกจากงานแสดงสินค้าแม่และเด็ก ที่ได้มีโอกาสพาครอบครัวไปในงาน และได้ความรู้มาแบ่งปันครับ นี่คือ 9 วิธี การเลี้ยงลูกยุคดิจิตอลที่เราแนะนำ เพื่อให้ลูกเป็นเด็กยุคดิจิตอลอย่างมีคุณภาพ 1. Let’s Free Play : ให้ลูกเล่นอิสระ เพราะการเล่นเท่ากับการเรียนรู้ การให้ลูกได้เล่นอิสระ (Free Play) โดยไม่จำกัดรูปแบบ หรือตีกรอบ ของสิ่งเดียวกันสามารถเล่นได้สารพัดวิธีตามจิตนาการ ช่วยส่งเสริมความคิด การวางแผน การจัดการ และเสริมพัฒนาการรอบด้านให้กับลูก 2. Learning by Doing

เด็กสร้างน้ำใจได้ด้วยการเต้น

            งานวิจัย จาก McMaster University ประเทศแคนนาดา พบว่าเด็กวัย 14 เดือน มีแนวโน้วจะให้ความช่วยเหลือ ด้วยการหยิบของที่คนอื่นทำหล่นแล้วส่งคืนให้กับมือ หากคนๆ นั้น ได้ผ่านการเต้นจังหวะกับเจ้าหนูน้อยมาก่อน การวิจัยนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมเกี่ยวกับจังหวะ หรือเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการปรบมือ ร้องเพลง หรือเต้นกระโดดไปมาของเด็กเล็ก จะช่วยให้มีการพัฒนาทักษะทางสังคมในเรื่องความผูกพันได้เป็นอย่างดีครับ อีกทั้งยังช่วยให้เด็กเล็กห่างจากจอทีวีบ้าง แล้วออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งในงานวิจัยจาก UK’s University of Bristol พบว่าเด็ก ที่มีเพื่อนๆ ใกล้ๆ บ้าน จะมีแนวโน้วที่จะออกไปเล่นกับเพื่อนมากกว่า เช่น การวิ่ง การขี่จักรยาน มากขึ้นถึง 17 นาทีต่อทุกๆ

พ่อแม่ที่ดีเราเป็นได้

เมื่อคุณมีเจ้าตัวน้อย มันเป็นโอกาสอันดีที่คุณพ่อคุณแม่ จะได้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนครับ คุณพ่อบางคนยอมที่จะเลิกเที่ยวเตร่ เลิกดื่ม กลับบ้านไว ส่วนคุณแม่ก็คิดที่จะมาดูแลสุขภาพ การกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อใครกันนะ…? ก็เพื่อเจ้าตัวน้อยของคุณใช่ไหมหล่ะครับ นี่คือจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่การเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม บนเส้นทางการใช้ชีวิตของคุณยังอีกยาวไกล และจะต้องไม่ลืมว่าลูกกำลังเฝ้ามองพ่อแม่นะอยู่ครับ คุณพ่อคุณแม่จะเป็นแบบอย่าง ตั้งแต่การรับมือกับเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงวิธีการตอบสนองต่อสถานการณ์ใหญ่ๆ และคำมั่นสัญญาที่ดีที่ควรจะทำดังต่อไปนี้ น่าจะทำให้คุณประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้ได้ง่ายขึ้นครับ เพื่อลูก… เราจะรักกันทุกวัน เพื่อลูก… เราจะใช้เวลาร่วมกัน เพื่อลูก… เราจะเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อลูก… เราจะดูแลรักษาตัวเอง เพื่อลูก… เราจะแนะนำเขามากกว่าทำโทษ เพื่อลูก… เราจะควบคุมอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ “ครับ… การที่เราได้บอกกับตัวเองแบบนี้ทุกๆ วัน  จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ง่ายต่อการสร้างรากให้ครอบครัวแข็งแรงครับ”  

พ่อแม่ช่วยลูกเรียนรู้พัฒนาการได้ดีมาก

อีกทั้งพ่อแม่ยังเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้าน และยังต้องมีทักษะที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กได้ พ่อแม่มีความสำคัญมากที่จะเอื้อต่อการเรียนรู้ของลูกได้ดี ดังนี้ 1. การตั้งเป้าหมายที่เหมาะสมกับการพัฒนาและความสามารถของเด็ก การตั้งเป้าหมายไว้สูงและสมบรูณ์แบบจนเกินไป พอลูกไม่สามารถทำได้พ่อแม่จะรู้สึกเหนื่อยและเสียใจ ลูกก็รู้สึกหดหู่ท้อแท้หมดกำลังใจ การให้เด็กประสบความสำเร็จเล็กๆ จากการทำอะไรได้ด้วยตัวเอง จะทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจครับ 2. การเข้าไปมีส่วนร่วมกับลูก การลงมือปฏิบัติไปพร้อมๆ กัน เช่น ถ้าต้องการให้ลูกเก็บของเล่น พ่อแม่ก็ชวนกันมาเก็บของเล่น โดยให้ลูกช่วยเก็บในขณะที่พ่อแม่เก็บด้วย หรือเล่นเกมวิ่งเก็บของก็จะสนุกดีครับ 3. ให้ทำซ้ำๆ และซ้ำอีก การที่ต้องการให้เด็กๆ ทำอะไรได้ต้องฝึกฝน พ่อแม่ต้องบอกซ้ำๆ และให้เด็กๆ ทำซ้ำอีก เช่น เก็บของเล่นทุกครั้งที่เด็กเล่นต้องให้เด็กเก็บของเล่นเข้าที่ทุกครั้ง พ่อแม่ต้องบอกเตือนทุกครั้งจนกว่าเด็กจะทำได้ดี 4. การบอกเชิงบวก ถ้าพ่อแม่ต้องการให้เด็กๆ ทำอะไรให้บอกวิธีปฏิบัติพร้อมๆ กับการลงมือทำให้ดู เพราะเด็กวัยนี้ยังไม่ตอบสนองต่อการพูดเพียงอย่างเดียว เช่น ต้องการให้เด็กปิดประตูเบาๆ ก็ให้จับมือเด็กไปที่ลูกบิดประตูแล้วค่อยๆ ปิดพร้อมกับบอกเค้าว่า “เราจะปิดประตูเบาๆ