Monthly Archive:: November 2015

ดูลูกทำในสิ่งที่เขาชอบบ้าง

มีเด็กในต่างประเทศคนหนึ่งได้พูดไว้ว่า “ผมชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ผมเล่นได้เก่งมาก ตอนผมอายุ 14 ปี ผมเป็นผู้รักษาประตูของทีม แต่พ่อผมอยู่ไกลมากที่จะมาดูผมแข่งขัน แม่ก็ไม่เคยมาดูผมสักที การเป็นผู้รักษาประตูเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมมาก และแล้วอีก  2 ปีต่อมาผมก็เลิกเล่นเพราะรู้สึกว่าไม่เห็นจะมีดีอะไรเลย” อะไรที่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ใหญ่เรา เราก็อยากให้มีคนมาร่วมรับรู้ เด็กๆ ก็เหมือนกันครับ เขาจะสนุกสนานเมื่อได้ทำในสิ่งที่ชอบก็เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงต่อหน้าพ่อแม่เถอะ การร่วมรับรู้ในสิ่งที่เป็นความภูมิใจและความสำเร็จของลูก และการได้ดูลูกทำกิจกรรมที่ชอบ จะทำให้พ่อแม่เข้าใจลูกมากขึ้น ทำให้ได้ใช้เวลาร่วมกัน แม้ว่าเขาจะทำคนเดียวก็ตาม เพียงพ่อแม่ได้ไปยืนดูลูก ก็สร้างความนับถือให้เกิดขึ้นในตัวลูกแล้วครับ ถ้าลูกถามว่า “หนูจะทำ… ให้ดูเอามั๊ยแม่” หรือ “พ่อครับ ดูผมทำ… สิครับ” พ่อแม่ควรจะตอบไปว่า “ได้สิ” แต่อย่าพูดตอบไปว่า “เอาไว้ทีหลังนะ” จะทำให้เด็กขาดความมั่นใจ พ่อแม่ควรแบ่งเวลาไปดูลูกทำกิจกรรมบ้าง ต้องปล่อยให้ลูกคลุกดินเปื้อนฝุ่น เพื่อจะได้เห็นถึงความพยายามของลูก เราอาจพิศวงในความคลั่งไคล้ของลูก แต่ลูกจะรู้สึกอบอุ่นและทำให้มันดีได้ทุกครั้ง เพราะดวงตาของพ่อแม่คู่นั้นที่คอยเฝ้าดูลูกนั่นเองครับ ถ้าพ่อมาดูลูกทำกิจกรรมคนเดียวให้บอกลูกว่า… “ถ้าแม่ได้มาดูลูกเล่นกิจกรรมในครั้งนี้ แม่ต้องภูมิใจในตัวลูกแน่นอนนะ” Credit by

มีเพื่อนเป็นพ่อ

พ่ออยากให้ลูกรู้ว่า ถ้าวันใดเจ้าต้องการเพื่อนเล่น ไม่ว่าพ่อจะเหนื่อยสักเท่าใด พ่อพร้อมเสมอที่จะสรวลเสเฮฮากับเจ้าได้เสมอ เพราะพ่อรู้ว่าของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับเจ้า ก็คือ พ่อกับแม่ ใช่ไหมหละ… และพ่อก็รู้ว่าเมื่อเจ้าเหงา เจ้าจะเดินเข้ามาหาพ่อทุกครั้ง พ่อขอให้เจ้าจงรับรู้ความรู้สึกนี้ทุกนาทีนะ… แม้พ่อจะยังไม่ได้อยู่กับเจ้าในตอนนี้ในขณะนี้ก็ตาม ขอให้เจ้านึกเสมอว่าพ่อจะคอยอยู่ข้างๆ เจ้าตลอดเวลา  แม้ยามหลับยามตื่นนะลูก พ่อเป็นได้ทั้งเพื่อน ของเล่น เป็นได้ทุกอย่างที่จะทำให้เจ้าเรียนรู้อย่างสนุกและเพลิดเพลิน พ่อให้ความรักความอบอุ่นความตั้งใจทุกสิ่งอย่างที่พ่อจะทำให้ได้ เจ้าไม่ต้องกลัวสิ่งใดนะ มีเรื่องหนึ่งที่พ่ออยากบอก ให้เจ้าจำไว้เสมอว่า… “เมื่อเจ้ามีความฝันอันยิ่งใหญ่ เจ้าจงปกป้องความฝันนั้นให้ได้ จำพ่อนะ… อย่าให้คำพูดราคาถูกของใคร มาทำลายความฝันราคาแพงของเจ้าได้” ลูกรัก พ่อเอส  

วันเวลาไม่เคยรอใคร

จากวันที่ผมได้พาลูกไปหาซื้อนาฬิกาใหม่ เพื่อมาทดแทนตัวเดิม ผมเลือกไม่ถูกจริงๆ ครับ ว่าจะเอาเรือนไหนดี เลยถามลูกว่า… “เอาเรือนไหนดีครับ” เพราะเยอะมาก เด็กเล็กจะเลือกเรือนที่ดูแล้วน่าจะเอามาเล่นได้ เค้าคิดอยู่ไม่นาน เวลาก็ครบชั่วโมงพอดี และแล้วนาฬิกาก็ตีดังพร้อมๆ กัน… ลูกมองด้วยความสนใจ ว่าทำไมทุกเรือนมันจึงมีเสียงดังพร้อมกัน ผมจึงได้บอกลูกไปว่า “เวลามันเดินไปเลื่อยๆ เราไม่รู้สึกหรอกนะ เราจะรู้อีกที ก็เมื่อเราได้เห็นมันเดินกับตา” ผมพูดไปโดยไม่รู้ว่าลูก จะเข้าใจหรือเปล่า เพราะเค้ายังเล็กมาก แต่มันทำให้ผมคิดได้ถึง คุณค่าของเวลาว่า เราควรใช้เวลาทุกช่วงขณะที่อยู่กับครอบครัว ให้ดีที่สุด เพราะเมื่อมันผ่านไปแล้ว เราจะเรียกมาก็สายเสียแล้ว ครับ “วันเวลาไม่เคยรอใครจริง ถ้าวันนี้คุณอยากทำอะไรเพื่อใคร ให้รีบทำมันให้ทัน ก่อนที่จะสายไปนะครับ เราจะเรียกมันกลับคืน มาไม่ได้อีกแล้ว ผ่านแล้วผ่านเลยครับ”

เคล็ดลับฝึกลูกรักให้ใจเย็น

            วันก่อนผมได้พาลูกชายวัยขวบกว่า ไปสัมผัสความน่ารักของกระต่าย ที่ทางร้านเล็กๆ แห่งนี้ได้จัดแสดงเอาไว้ เพื่อให้คนได้ใกล้ชิดกับสัตว์ เลี้ยงน่ารักตัวนี้อย่างใกล้ชิดครับ กระต่ายเป็นสัตว์อ่อนโยน ตกใจง่าย ขี้ระแวง นั่นเป็นโอกาสอันดีที่ผม เลือกที่จะพาลูกชาย ไปเข้าใกล้สัตว์เลี้ยงตัวนี้แบบตัวเป็นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ลูกได้แต่เคยเห็นในหนังสือและรูปภาพ ผมได้สนทนากับเจ้าของร้านที่รักกระต่ายของเค้ามาก จนบอกเคล็ดลับ การฝึกลูกให้ใจเย็นๆ เพื่อฟังเสียงหัวใจของกระต่ายได้ จากนั้น… เจ้าของร้านได้นำกระต่ายตัวหนึ่งออกมาจากกรง แล้ววางไว้บนโต๊ะเตี่ยตัวเล็ก จากนั้นนำกล่องที่มีอาหารเม็ด ให้เราค่อยๆ ป้อนอาหารทีละเม็ดเข้าปากกระต่าย พร้อมกับให้ผมค่อยๆ ลูบตัวกระต่ายเบาๆ ทำอย่างนี้ไปเลื่อยๆ จนกระต่ายเข้าหาเราเองอย่างเชื่อใจ และมานั่งที่ตักเราได้ถือว่าผ่านการฝึกครับ ผมทำให้ลูกดูอยู่หลายรอบ จนในที่สุดลูกก็อยากทำบ้าง ผมจึงให้ลูกป้อนเอง เขาทำได้ดีทีเดียวครับ ทุกครั้งที่เขาป้อนอาหารเม็ดเข้าปากกระต่าย เขาจะเอามือน้อยๆ ลูบหัวกระต่ายตามที่ผมทำเป็นตัวอย่างให้ดู และทุกครั้งพอทำเสร็จลูกก็จะปรบมือชอบใจมากครับ เด็กเล็กจะชอบมากเพราะความน่ารักของกระต่าย ที่ค่อยๆ