Category: เด็กวัยรุ่น

2 เคล็ดลับง่ายๆ ช่วยให้ลูกค้นพบตัวเองฉบับ “วู้ดดี้”

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะนิเทศศาสตร์ ม.สแตมฟอร์ด ได้ลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือทางวิชาการกับพิธีกรชื่อดังอย่างคุณ “วู้ดดี้” วุฒิธร มิลินทจินดา ด้วยความที่ตัวผมกำลังหาสถานที่เรียนต่อปริญญาโทจึงได้เข้าไปร่วมงานด้วย โดยนอกจากคุณวู้ดดี้จะรับบทเป็นที่ปรึกษาด้าน Content Marketing ของคณะแล้ว ยังได้แบ่งปันเคล็ดลับในการค้นหาตัวตนสำหรับวัยรุ่นสมัยใหม่ มีอยู่ด้วยกัน 2 ข้อง่ายๆ คือ ข้อ 1) ต้องพูดคุยกับคนเยอะๆ หลากหลายระดับ คุยตั้งแต่เรื่องงานยันเรื่องชีวิต วู้ดดี้เคยคุยตั้งแต่ระดับนักธุรกิจยันขอทาน เมื่อรู้ว่าแต่ละคนเป็นคนแบบไหน มันก็จะสะท้อนความเป็นตัวตนของเราออกมา ข้อเสียของวัยรุ่นสมัยนี้ คือ การปิดกั้นตัวเอง และเลือกคบแต่คนที่เหมือนกับตัวเองเท่านั้น ซึ่งวู้ดดี้บอกว่า “การที่ไม่พูดคุยกับคนใหม่ๆ ไม่พบปะสังคมใหม่ๆ เป็นสิ่งที่โง่มาก” ข้อ 2) ททท. คือ “ทำทันที” ไม่ว่าใครจะเสนออะไรมาให้ทำต้องรีบทำทันที เช่น ถ้ามีคนมาชวนไปออกกำลังกายหรือชวนให้ทำอะไรใหม่ๆ ก็ทำไปเลย ไม่ต้องมาบอกว่า “ขอคิดดูก่อน” การที่เราได้ทำอะไรเยอะๆ จะได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ชอบอะไร ถนัดอะไร และเป็นโอกาสที่จะได้เจอกับประสบการณ์ใหม่ๆ ทำให้เราเก่งมากขึ้นไปอีก และนี่ก็เป็นเคล็ดลับ 2 ข้อง่ายๆ…

หยุดสื่อเพื่อครอบครัว Digital Detox

‘ ถึงเวลา หยุดสื่อดิจิตอลเพื่อครอบครัว Digital Detox ‘ ช่วงวันหยุดอย่างนี้อาจถือเป็นโอกาสดีสำหรับทุกครอบครัวที่จะถอดปลั๊กเทคโนโลยีสารพัดดูบ้าง ไม่ว่าจะทั้งคอมพิวเตอร์ เกมมือถือ ไอแพด ไอโฟน สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตทั้งหลาย แล้วขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ให้หันมาทำ Digital Detox กันดูบ้าง เพราะแม้แต่บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google ยังสนับสนุนให้พนักงานทุกคนหยุดใช้เทคโนโลยีชั่วคราวระหว่างวันทำงานด้วยการมีสวัสดิการให้ปั่นจักรยานชมธรรมชาติหรือนวดผ่อนคลายกันเลยครับ Digital Detox คืออะไร? คือ วิธีบำบัดอาการติดโซเชียลแนวใหม่ หลีกเลี่ยงการใช้งานสมาร์ทโฟน โซเชียลเน็ตเวิร์กทุกชนิดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งก็คือ การปิดโทรศัพท์มือถือเป็นเวลาหนึ่งวันนั่นเอง ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าวิธีนี้เป็นกระบวนการพื้นฐานของการเริ่มต้นห่างจากสมาร์ทโฟนเพื่อสร้างยุทธวิธีให้คนเคยชินกับการไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์กอยู่ในชีวิตดูบ้าง ถึงขนาดที่สหรัฐอเมริกาได้ยกดิจิตอลดีท็อกซ์ ให้เป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียว เพราะมีผลสำรวจพบว่าประชากรกว่า 44% ติดโซเชียลเน็ตเวิร์ก และสมาร์ทโฟนถึงกับหลับพร้อมกับวางสมาร์ทโฟนข้างกาย เป็นเหตุให้ตื่นเช้ามาด้วยอาการงัวเงีย ไม่สดชื่นกระปรี้กระเป่า คุณภาพชีวิตและสภาพจิตใจก็ถดถอยลงเรื่อยๆ ครับ “เชื่อว่าเรื่องนี้คงท้าทายคุณพ่อคุณแม่ที่ทราบดีว่าวันหนึ่งของชีวิตทุกคนในครอบครัวแทบหนีไม่พ้นเทคโนโลยี เราจึงมีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันสำหรับการเลี้ยงลูกให้หยุดสื่อดิจิตอลบ้างครับ” Age < 6 ปี คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยกว่า 6 ปี เป็นช่วงอายุที่ต้องฝึกฝนความมีวินัย พ่อแม่ให้ลูกดูโทรทัศน์ เล่นเกมได้ แต่ต้องจำกัดเวลา…

9 How to เลี้ยงลูกยุคดิจิตอล

ในประวัติศาสตร์การเลี้ยงลูก พ่อแม่ทุกยุคทุกสมัยล้วนไม่เข้าใจในสิ่งที่ลูกเป็น พ่อแม่รุ่นขี่ม้าส่งเมืองก็ไม่ค่อยเข้าใจลูกที่อยากจะนั่งรถยนต์ พ่อแม่ยุคนุ่งโจงกระเบนก็ไม่เข้าใจลูกที่อยากจะแต่งตัวสมัยใหม่ พ่อแม่ในยุครำวงมาตราฐานก็ไม่ค่อยเข้าใจที่ลูกอยากจะแดนซ์ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยคำบ่นเหล่านี้ก็ยังเหมือนเดิมครับ ” ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงเป็นอย่างนี้นะ…”   “ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงไม่ทำอย่างนั้นนะ…” คำบนทำนองนี้ พ่อแม่อย่างเราก็ล้วนเคยเจอมาแล้วเมื่อสมัยที่เราเป็นยังเป็นเด็กจริงปะ และสุดท้ายไม่ว่าคนที่เป็นพ่อแม่จะบ่นอย่างไร โลกก็ยังเปลี่ยนไป สิ่งใหม่เข้ามาแทนที่สิ่งเก่าเสมออ่ะ ครับ… วันนี้ผมมีเรื่องเล่าจากแผ่นพับที่เก็บตกจากงานแสดงสินค้าแม่และเด็ก ที่ได้มีโอกาสพาครอบครัวไปในงาน และได้ความรู้มาแบ่งปันครับ นี่คือ 9 วิธี การเลี้ยงลูกยุคดิจิตอลที่เราแนะนำ เพื่อให้ลูกเป็นเด็กยุคดิจิตอลอย่างมีคุณภาพ 1. Let’s Free Play : ให้ลูกเล่นอิสระ เพราะการเล่นเท่ากับการเรียนรู้ การให้ลูกได้เล่นอิสระ (Free Play) โดยไม่จำกัดรูปแบบ หรือตีกรอบ ของสิ่งเดียวกันสามารถเล่นได้สารพัดวิธีตามจิตนาการ ช่วยส่งเสริมความคิด การวางแผน การจัดการ และเสริมพัฒนาการรอบด้านให้กับลูก 2. Learning by Doing : ให้ลูกเรียนรู้และลงมือทำ การให้ลูกได้ลอง ได้ลงมือทำ และลองผิดลองถูกด้วยตัวเองจะทำให้ลูกได้เรียนรู้จากประสบการณ์ รู้จักขั้นตอนการทำงาน รู้ที่มาที่ไป กล้าคิด กล้าตัดสินใจ ไม่กลัวที่จะผิด และพร้อมจะเริ่มใหม่…

เด็กสร้างน้ำใจได้ด้วยการเต้น

            งานวิจัย จาก McMaster University ประเทศแคนนาดา พบว่าเด็กวัย 14 เดือน มีแนวโน้วจะให้ความช่วยเหลือ ด้วยการหยิบของที่คนอื่นทำหล่นแล้วส่งคืนให้กับมือ หากคนๆ นั้น ได้ผ่านการเต้นจังหวะกับเจ้าหนูน้อยมาก่อน การวิจัยนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมเกี่ยวกับจังหวะ หรือเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการปรบมือ ร้องเพลง หรือเต้นกระโดดไปมาของเด็กเล็ก จะช่วยให้มีการพัฒนาทักษะทางสังคมในเรื่องความผูกพันได้เป็นอย่างดีครับ อีกทั้งยังช่วยให้เด็กเล็กห่างจากจอทีวีบ้าง แล้วออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งในงานวิจัยจาก UK’s University of Bristol พบว่าเด็ก ที่มีเพื่อนๆ ใกล้ๆ บ้าน จะมีแนวโน้วที่จะออกไปเล่นกับเพื่อนมากกว่า เช่น การวิ่ง การขี่จักรยาน มากขึ้นถึง 17 นาทีต่อทุกๆ ชั่วโมงที่เขาอยู่นอกบ้าน ซึ่งมีผลดีต่อการพัฒนาการของลูกน้อยได้ดีกว่าดูทีวีหรือเล่นในบ้านมากครับ ขอบคุณที่มา : Mother’ Digest / Healt News. “อ้าว… 3,…